หลักการทำงานของเครื่องปั่น

เครื่องปั่นน้ำผลไม้มีหลักการทำงานง่ายๆ โดยตัว เครื่องปั่น นั้นจะมีมอเตอร์สำหรับรับกระแสไฟฟ้าอยู่ เมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าแล้ว มอเตอร์ก็จะเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้า เป็น พลังงานกล เพื่อให้ตัวใบมีด สามารถปั่นน้ำผลไม้ได้
โดยปกติทั่วไปแล้ว เครื่องปั่น จะมีมอเตอร์ตั้งแต่ 300 วัตต์ขึ้นไป เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในการปั่นผลไม้ แต่หากเป็นผลไม้ที่แข็งก็อาจจะพลังงานไม่พอ มีอาการมอเตอร์หยุดบ้าง หรือ เครื่องไหม้บ้าง ท่านใดที่จะเอามาปั่นน้ำผลไม้ทั้งลูก เราแนะนำให้หาซื้อเป็น เครื่องปั่นสมูทตี้ ซึ่งมีกำลังมอเตอร์มากกว่า 1,200 วัตต์จะดีกว่า โดยหลักแล้ว มอเตอร์ใหญ่กว่าย่อมดีกว่า มอเตอร์เล็กแน่นนอน แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่ารุ่นเล็กบ้าง แต่เราเองก็ปั่นเป็นเวลาไม่นาน และไม่บ่อยจึงไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก แต่หากใช้ในร้านกาแฟ หรือ ร้านอาหารที่เงียบ ๆ การหา เครื่องปั่นเก็บเสียง ที่มาพร้อมกับกล่องเก็บเสียงได้ ก็จะดียิ่งขึ้น โดย เครื่องปั่นเก็บเสียงนี้ สามารถลดเสียงการทำงานได้อย่างน้อย 50% เลยทีเดียว

มาถึงเรื่องการกินพลังงาน บางท่านอาจจะกังวลว่า เครื่องปั่น ที่มีมอเตอร์แรงนั้นจะกินไฟมากกว่ามอเตอร์เบา ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ เครื่องปั่น ที่มอเตอร์แรงนั้น ก็จะทำงานได้เร็วกว่า ทำให้ปั่นได้เสร็จเร็วกว่า พอมาคำนวนเรื่องการกินไฟแล้วอาจจะไม่แตกต่างกันเลยก็เป็นได้ สมมุติว่าเครื่องปั่น มอเตอร์ 1,200 วัตต์ ต้องใช้เวลาปั่น 30 วินาที จนกว่าจะเสร็จ แต่หากใช้เครื่องปั่นมอเตอร์ 2,200 วัตต์ ก็อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 20 วินาที เมื่อเทียบกันแบบนี้แล้ว การกินไฟแทบไม่ต่างกัน